ชนบทในสหรัฐฯ ขาดแคลน 'คนขับรถโรงเรียน'

ท้องถิ่นในสหรัฐฯ กำลังขาดแคลนคนขับรถโรงเรียน ช่วง COVID-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการปฏิเสธวัคซีนของคนขับรถ | ที่มาภาพประกอบ: Victor Reynolds (CC BY-NC-ND 2.0)

ช่วงหลายสัปดาห์หลังเปิดเทอมใหม่ในสหรัฐอเมริกา เขตการศึกษาในแถบชนบทยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาการขาดแคลน 'คนขับรถโรงเรียน' ซึ่งประเด็นนี้เริ่มได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมากขึ้น

เส้นทางเดินรถถูกปรับเปลี่ยน คนขับรถโรงเรียนต้องทำงานนานขึ้น และในบางกรณีท้องถิ่นที่มีทรัพยากรมากกว่าก็ได้ดึงดูดคนขับรถโรงเรียนจากท้องถิ่นอื่น ด้วยการเสนอค่าแรงและโบนัสที่มากกว่าที่เดิม ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในชนบทกังวลว่าปัญหาการขาดแคลนจะยิ่งเพิ่มความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษาของเด็กในชนบท

"พื้นที่ชนบทหลายแห่งมีอัตราความยากจนสูง และครอบครัวในชนบทจำนวนมากไม่สามารถส่งลูก ๆ ไปโรงเรียนได้เป็นประจำ ดังนั้นหากรถโรงเรียนไม่วิ่ง เด็ก ๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นในการไปโรงเรียน" มารา ไทเคน รองศาสตราจารย์ที่เบทส์ คอลเลจ ในรัฐเมน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในชนบท กล่าว "มันอาจหมายถึงความโดดเดี่ยวที่มากขึ้น ในช่วงการเรียนออนไลน์ที่มากขึ้นนั้น เด็ก ๆ ในชนบทอาจไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้จากความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล"

พื้นที่ 'เมือง' และ 'ชนบท' ในสหรัฐฯ

สำนักงานสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) ไม่ได้จำกัดความของ 'ชนบท' (Rural) ไว้ แต่ได้จำกัดความของพื้นที่ 'เมือง' (Urban) ไว้ว่าเป็นเขตที่มีประชากรตั้งแต่ 2,500-50,000 คน ดังนั้นพื้นที่ชนบทจึงหมายความว่าเป็นเขตที่มีประชากรตั้งแต่ 2,500 คนลงมา จากการสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ เมื่อปี 2553 พบว่าในสหรัฐฯ มีพื้นที่เมือง 3,573 แห่งทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2559 มีประชากรสหรัฐฯ ประมาณ 262 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 81 อาศัยอยู่ในเขตเมือง แสดงว่าประชากรของสหรัฐฯ อีกร้อยละ 19 อาศัยอยู่ในเขตชนบท 

ที่มา: U.S. Census Bureau

เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งระบุว่าในช่วง COVID-19 คนขับรถสูงวัยหลายคนได้ขอเกษียณก่อนกำหนด เพราะกลัวการติดเชื้อ COVID-19 หนำซ้ำคำสั่งบังคับวัคซีนได้กระตุ้นให้คนขับรถทยอยลาออก และยังทำให้คนขับรถหน้าใหม่ ๆ ไม่มาสมัครงาน 

เมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2564 บาบารา เคส ผู้อำนวยการโรงเรียนเจอเนรัล บราวน์ เซ็นทรัล ในเขตชนบททางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคนขับรถโรงเรียน 2 คน ติดเชื้อ COVID-19 ทำให้เธอมีปัญหาในการหาคนมาขับแทน เนื่องจากคนขับรถคนอื่น ๆ ต้องการเวลาพักด้วยเช่นกัน

"มันมีความไม่แน่นอนว่านักเรียนที่โดยสารรถเหล่านั้นจะสามารถไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้นได้หรือไม่ ฉันเคยคิดเกี่ยวกับการปิดโรงเรียนและเปลี่ยนกลับไปเรียนออนไลน์" เคสกล่าว และระบุว่าในท้องถิ่นของเธอรถโรงเรียนจะวิ่ง 18 เส้นทาง โดย 4 เส้นทางไม่มีคนขับประจำ

สถานการณ์ขาดแคลนคนขับรถที่โรงเรียนเจอเนรัล บราวน์ เซ็นทรัล สะท้อนวิกฤตการณ์ที่เกิดกับเขตชนบทอื่น ๆ ทั่วประเทศ 

จากการสำรวจเมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2564 โดยสมาคมการขนส่งนักเรียนแห่งชาติ (National Association for Pupil Transportation), สมาคมคณะกรรมการการขนส่งนักเรียนแห่งชาติ (National Association of State Directors of Pupil Transportation) และสมาคมขนส่งโรงเรียนแห่งชาติ (National School Transportation Association) พบว่าประมาณ ร้อยละ 78 ของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งรวมถึงผู้บริหารโรงเรียน ผู้อำนวยการด้านการขนส่ง ช่างซ่อมบำรุง และคนทำงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ระบุว่าปัญหาการขาดแคลนคนขับรถโรงเรียนในพื้นที่ของพวกเขากำลัง "แย่ลง" หรือ "แย่ลงเล็กน้อย" 

ในขณะที่ ร้อยละ 51 ระบุว่าการขาดแคลนในพื้นที่ของพวกเขาอยู่ในระดับ "รุนแรง" หรือ "สิ้นหวัง" ร้อยละ 64 ของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในเขตชนบทของรัฐทางตอนใต้ เช่น อลาบามา อาร์คันซอ เคนตักกี้ มิสซิสซิปปี้ และโอคลาโฮมา ระบุว่าพวกเขามีปัญหาในการรักษาคนขับโรงเรียนไว้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ตอบแบบสอบถามในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มิดเวสต์ และตะวันตก

เคิร์ท มาซีซีน ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมขนส่งโรงเรียนแห่งชาติ ระบุว่านอกจากข้อกังวลด้านใบอนุญาตขับรถ สวัสดิการ และชั่วโมงการทำงานแล้ว ที่ได้เป็นข้อจำกัดให้คนมาสมัครตำแหน่งคนขับรถโรงเรียนน้อยแล้ว ข้อกำหนดในการฉีดวัคซีน COVID-19 ซึ่งคนขับรถโรงเรียนถือเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่ต้นสังกัดมักจะถูกบังคับให้ฉีดวัคซีน ก็ยิ่งทำให้หาคนขับรถโรงเรียนได้ยากยิ่งขึ้นอีก 

"ในสถานการณ์ที่ผู้คนลังเลที่จะรับวัคซีน COVID-19 ก็ได้ส่งผลกระทบต่อคนที่จะมาขับรถโรงเรียนด้วย" มาซีซีน ระบุ

ปัญหาจะยังไม่ถูกแก้ไขในเร็ววัน



ครอบครัวในชนบทจำนวนมากไม่สามารถส่งลูก ๆ ไปโรงเรียนได้เป็นประจำ ดังนั้นหากรถโรงเรียนไม่วิ่ง เด็ก ๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นในการไปโรงเรียน | 
ที่มาภาพประกอบ: University of Northern Colorado

อลิซ (นามแฝง) คนขับรถโรงเรียนเขตชนบทแห่งหนึ่งในรัฐเซาท์แคโรไลนา ในแต่ละวันเธอจะไปรับกุญแจรถบัสประมาณ 6:15 น. และไปรับเด็ก ๆ จุดแรกเวลา 6.30 น. ตั้งแต่เกิดโรคระบาด เธอต้องขับรถในระยะทางที่เพิ่มขึ้น เพราะว่าจุดจอดรับนักเรียนห่างกันมากขึ้น เธอส่งนักเรียนเที่ยวสุดท้ายในเวลา 18.30 น. กลับถึงบ้านประมาณ 19.30 น. ในแต่ละวันเธอยังต้องทำความสะอาดรถบัส และบางครั้งเธอก็หลงทางในเส้นทางใหม่ด้วย

"ไม่ว่าฝนจะตกหรือในวันที่ฉันไม่สบาย พ่อแม่ของพวกเด็ก ๆ ก็ยังไว้ใจให้ฉันพาพวกเขากลับบ้าน" อลิซ กล่าว "มันเครียดมาก บางวัน [คนขับรถโรงเรียน] กลับบ้านและร้องไห้"

อลิซกล่าวว่าเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เธอและเพื่อนร่วมงานไม่ได้รับค่าจ้างที่น่าพอใจนัก เพิ่งได้มาเพิ่มค่าจ้างแต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ การขาดความเคารพในอาชีพ ทำให้คนขับรถโรงเรียนที่เธอรู้จักหลายคนออกจากงานหรือหางานอื่น ๆ แต่เธอก็ยังทำอาชีพนี้อยู่ด้วยเหตุผลหลักคือพวกเด็ก ๆ

"ฉันเคยต้องหยุดงานเพราะต้องแยกตัวออกไปกักโรค และเมื่อฉันกลับมา เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งแก่ฉัน มันระบุว่า 'ฉันคิดถึงคุณเมื่อคุณไม่อยู่ เรารักคุณนะ'" อลิซเล่า สิ่งนี้ทำให้เธอตื้นตัน และรู้สึกว่าเธอต้องทำงานนี้ต่อไป 

บิล เคิร์ท ผู้อำนวยการด้านการขนส่งของของโรงเรียนในเมืองเล็กซิงตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา กล่าวว่าคนขับรถโรงเรียนหลายคนชอบงานนี้มาก และตัวเขาเองก็ทำงานด้านนี้มากว่า 25 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเขาทำงานตั้งแต่การขับรถและอีกหลายหน้าที่ เขาได้เห็นการขาดแคลนเมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2564 คนขับรถโรงเรียน 11 คน ต้องถูกพักงานเนื่องจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และเหตุผลด้านสุขภาพอื่น ๆ 

เขตของเคิร์ทได้เพิ่มค่าจ้างคนขับรถโรงเรียนอีก ร้อยละ 5 หรือเพิ่มขึ้นอีก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการทำงาน 1 ชั่วโมง และขณะนี้คณะกรรมการโรงเรียนกำลังพิจารณาจ่ายโบนัสครั้งเดียว 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับพนักงานเต็มเวลาและ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับพนักงานนอกเวลา เคิร์ทหวังว่าเงินจำนวนนี้จะดึงดูดให้คนมาทำอาชีพนี้ อย่างไรก็ตามแรงจูงใจนี้กลับดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผล

การขาดแคลนทั่วทั่วสหรัฐฯ



การขาดแคลนคนขับรถนักเรียนในสหรัฐฯ ทำให้บางรัฐต้องขอความช่วยเหลือจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) มาทำหน้าที่ขับรถรับส่งนักเรียน | 
ที่มาภาพ: Senior Airman Dane St.Pe (อ้างใน World Socialist Web Site)

ในปี 2564 นี้แม้ยังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าทั่วสหรัฐฯ ขาดแคลนคนขับรถนักเรียนเป็นจำนวนเท่าใด แต่ในเขตต่าง ๆ ของเกือบทุกรัฐต่างก็มีข่าวทยอยออกมาเรื่อย ๆ

รัฐไอดาโฮ โรงเรียนในเขตกูดดิ้งปิดทำการ 1 สัปดาห์เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. 2564 เนื่องจากไม่สามารถหาคนขับรถโรงเรียนได้

รัฐแมริแลนด์ คนขับรถโรงเรียนจำนวนหนึ่งได้หยุดงานประท้วง ทิ้งนักเรียนไว้โดยไม่มีรถรับส่งไปกลับโรงเรียนเป็นเวลา 2 วัน 

รัฐคอนเนตทิคัต มีรายงานข่าวว่ามีคนขับรถโรงเรียนหลายคนขู่ว่าจะลาออก 

รัฐแมสซาชูเซตส์ ชาร์ลี เบเกอร์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน ประกาศในช่วงเดือน ก.ย. 2564 ว่าสมาชิกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) ประมาณ 250 คน จะมาทำหน้าที่ขับรถรับส่งนักเรียน

รัฐเพนซิลเวเนีย ในเขตการศึกษาของฟิลาเดลเฟียได้เสนอเงิน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ให้กับครอบครัวที่เต็มใจขับรถส่งลูกไปโรงเรียนแทนที่จะให้นั่งรถโรงเรียน 

รัฐเดลาแวร์ มีการเสนอให้จ่ายเงินให้ผู้ปกครอง 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเด็กหนึ่งคนต่อปี เพื่อส่งลูกไปโรงเรียน 

รัฐมอนแทนา มีการเสนอเงินโบนัส 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับคนขับรถโรงเรียน และได้เชิญผู้คนให้มาทดลองขับรถโรงเรียน

นักเรียนสหรัฐฯ 1 ใน 5 คน เรียนอยู่ในโรงแรียนแถบชนบท



มีการประมาณการณ์ว่านักเรียนสหรัฐฯ 1 ใน 5 คน เรียนอยู่ในโรงเรียนแถบชนบท | 
ที่มาภาพประกอบ: Elifino 57 (CC) (อ้างใน the74million.org)

ข้อมูลจากรายงานของ Rural School and Community Trust ระบุว่าในปี 2561 มีนักเรียนสหรัฐฯ มากกว่า 9.3 ล้านคน เรียนอยู่ในโรงเรียนในชนบท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 คน ของนักเรียนทั้งหมดในสหรัฐฯ 

รายงานพบว่านักเรียนในชนบทจำนวนมากอาศัยอยู่ในครอบครัวที่ยากจน บางรายมีปัญหาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และส่วนใหญ่ได้รับการสอนจากครูที่ได้รับค่าจ้างค่อนข้างต่ำ 

ทั้งนี้ปัจจัยด้านลอจิสติกส์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของนักเรียนในชนบท เพราะในแต่ละพื้นที่มักจะมี 'ความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์' ที่ทำให้นักเรียนในชนบทเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ ได้ยาก เช่น หลักสูตรขั้นสูง เป็นต้น

"แม้จะมีโรงเรียนในชนบทบางแห่งเจริญรุ่งเรือง แต่ส่วนใหญ่แล้วโรงเรียนอื่น ๆ ยังคงเผชิญกับอุปสรรคในด้านการศึกษา รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก ๆ" โรเบิร์ต มาฮาฟฟีย์ ผู้อำนวยการ Rural School and Community Trust กล่าว "แต่ละรัฐ รวมถึงรัฐบาลกลางต้องลงทุนมากขึ้น และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่นักเรียนในชนบท โรงเรียน และชุมชนต้องเผชิญอย่างเร่งด่วน"

ที่มาเรียบเรียงจาก
Nearly One in Five U.S. Students Attend Rural Schools. Here’s What You Should Know About Them (Evie Blad, Education Week, 7 November 2019)
Bus Driver Shortage Stresses Rural School Districts (Aallyah Wright, Stateline, 11 October 2021)

เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ประชาไท